Arts and Culture, Nakhon Pathom Rajabhat University
แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล

หลวงพ่อเงิน

วัดดอนยายอม ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

Main Title Subtitle

บทที่ ๑
วัดดอนยายหอม ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

วัดดอนยายหอม ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยวัดดอนยายหอมมีความสำคัญในบริบทบททางประวัติศาสตร์ เดิมเรียกกันว่า วัดโคกยายหอม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญมาแต่สมัยโบราณ โดยปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในอดีต คือ บริเวณที่ตั้งเดิมของวัด (วัดร้าง) ซึ่งมีการขุดพบอิฐและศิลาแลงขนาดใหญ่ รวมถึงโบราณวัตถุที่มีลักษณะศิลปกรรมร่วมสมัยกับอารยธรรมทวารวดีและอยุธยาตอนปลาย อันแสดงให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นศาสนสถานสำคัญที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน ในปัจจุบันวัดดอนยายหอมเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางแห่งศรัทธาและความเชื่อของพื้นที่ดอนยายหอมรวมทั้งบริเวณใกล้เคียง
ที่มาของชื่อ ดอนยายหอม นั้นเกี่ยวข้องกับตำนานยายหอม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตำนานพระยากง พระยาพาน อันเป็นตำนานท้องถิ่นของจังหวัดนครปฐม เรื่องราวของยายหอมกล่าวถึงดินแดนนครชัยศรีที่ปกครองโดยพระยากง และมีอัครมเหสีพระนามว่า พระนางปทุมาวดี ต่อมาพระนางมีพระประสูติกาลพระราชกุมาร นามว่า พระยาพาน โหราจารย์ทำนายว่าในอนาคตพระโอรสองค์นี้จะทำปิตุฆาตฆ่าพระบิดาของตนเอง พระยากงเกิดปริวิตกในคำทำนาย จึงมีคำสั่งให้เอาพระราชกุมารไปฆ่าเสีย พระนางปทุมาวดีได้ติดสินบนเพชฌฆาตให้ฆ่าเด็กทารกอื่นแทน แล้วให้นำพระโอรสของนางไปให้ยายหอม หญิงชาวบ้านผู้มีอาชีพเลี้ยงเป็ดเป็นคนเลี้ยงดูด้วยความรักทะนุถนอม
เมื่อพระยาพานเติบใหญ่ยายหอมจึงได้เอาไปให้พระยาราชบุรีเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม จนได้ขึ้นเป็นอุปราชเมืองราชบุรี ครั้งหนึ่งเมืองราชบุรีเกิดฝนแล้งไม่ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวยากหมากแพง ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีเครื่องราชบรรณาการให้กับเจ้าเมืองนครชัยศรี ฝ่ายพระยากงเจ้าเมืองนครชัยศรีทราบดังนั้นก็พิโรธ สั่งยกทัพบุกตีเมืองราชบุรีที่แข็งขืนไม่ยอมส่งเครื่องราชบรรณาการ และทั้งคู่ได้กระทำยุทธหัตถีรบกันบนหลังช้าง พระยากงพลาดท่าเสียทีถูกพระยาพาน ฟันพระศอด้วยของ้าวขาดสิ้นพระชนม์บนหลังช้างศึกกลางสนามรบ
ต่อมาทราบภายหลังว่าพระนางปทุมาวดีเป็นแม่แท้ๆ ของตน พระยาพานจึงโกรธยายหอมที่รู้เรื่องทั้งหมดแต่ไม่ยอมบอก จึงเป็นเหตุกระทำปิตุฆาตจับยายหอมฆ่าทิ้งเสีย ต่อมาพระยาพานเสียพระทัยที่พระองค์ได้ทำกรรมอันหนักหนาและใหญ่หลวงต่อผู้มีพระคุณถึงสองท่าน จึงสร้างเจดีย์จำนวน 2 องค์ เป็นการอุทิศกุศลให้แก่พระยากง และยายหอม ในปัจจุบันมีศาลยายหอมตั้งอยู่ที่วัดดอนยายหอม เชื่อกันว่ายายหอมตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ตามตำนาน เรื่องราวของยายหอมนับเป็นตำนานท้องถิ่นเมืองนครปฐมโบราณอีกด้วย
ความเป็นมาของวัดดอนยายหอมนั้น กล่าวว่าวัดดอนยายหอมมีประวัติอันยาวนานนับแต่ราว พ.ศ. ๒๔๐๐ โดยมีพระปลัดฮวบ พรหมสร เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก สันนิษฐานว่าครองวัดระหว่าง พ.ศ. ๒๔๐๐–๒๔๖๖ จากนั้นหลวงพ่อเงิน หรือพระราชธรรมาภรณ์ ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ในระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๖–๒๕๒๐ อันเป็นช่วงเวลาที่วัดดอนยายหอมมีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ก่อนจะสืบทอดมาจนถึงพระครูปฐมวราจารย์ (อวยพร ฐิติญาโณ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
ในช่วงเวลาที่หลวงพ่อเงินเป็นเจ้าอาวาสนั้น วัดดอนยายหอมเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางแห่งศรัทธาและความเชื่อของพื้นที่ดอนยายหอมรวมทั้งบริเวณใกล้เคียง โดยหลวงพ่อเงินมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดและพัฒนาชุมชนควบคู่กันไป ท่านริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนภายในเขตวัด ซึ่งต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นโรงเรียนวัดดอนยายหอม (หลวงพ่อเงินอุปถัมภ์) และโรงเรียนหลวงพ่อเงินวิทยา ปัจจุบันคือ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ๒ (หลวงพ่อเงินอนุสรณ์) เนื่องจากท่านเล็งเห็นว่าการศึกษาคือกุญแจสำคัญแห่งความเจริญของมนุษย์ อันสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของพระเถระผู้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตอย่างแท้จริง

บทที่ ๒
ชีวประวัติหลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ แห่งดอนยายหอม

หลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ หรือพระราชธรรมาภรณ์ แห่งวัดดอนยายหอม ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นพระเถราจารย์ผู้ทรงภูมิปัญญาและเมตตาธรรมสูงส่ง ท่านเป็นผู้ที่ชาวดอนยายหอมและชาวนครปฐมยกย่องด้วยความเคารพสูงสุด จนได้รับขนานนามว่า "เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม"

กำเนิดและชาติภูมิ
หลวงพ่อเงิน เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันอังคารที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๓ ตรงกับวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีขาล ณ ตำบลดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม โยมบิดาคือ นายพรม และโยมมารดาคือ นางกรอง นามสกุล ด้วงพลู ท่านเป็นบุตรคนที่ ๔ ของครอบครัว ซึ่งเป็นผู้มีฐานะดีครอบครัวหนึ่งในตำบลดอนยายหอม โยมบิดาของท่านนับเป็นผู้ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการหล่อหลวงให้หลวงพ่อเงินมีพื้นฐานทั้งทางธรรมและทางปัญญาที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐาน
ตั้งแต่วัยเยาว์นั้นหลวงพ่อเงินแสดงให้เห็นถึงความฉลาดเฉลียวและไหวพริบ ท่านมีความสามารถพิเศษในการกล่าวคำพูดต่าง ๆ เข้าสู่แง่มุมธรรมะ ไม่ว่าใครจะถามหรือพูดถึงเรื่องใด ท่านก็สามารถโต้ตอบด้วยหลักธรรมได้ คุณลักษณะนี้เองที่ทำให้ท่านก้าวขึ้นเป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงของนครปฐมในเวลาต่อมา

อุปสมบทและปณิธาน
หลวงพ่อเงินเข้าอุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ โดยมีพระปลัดฮวบ เจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมในขณะนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "จนฺทสุวณฺโณ" อันหมายถึง ผู้มีทองดั่งพระจันทร์ ภายหลังจากอุปสมบทหลวงพ่อเงินได้บอกกล่าวแก่โยมพ่อของท่านว่า “อาตมาสละหมดทุกอย่างแล้ว โดยขอให้สัจจะปฏิญาณแก่พี่น้องชาวตำบลดอนยายหอมว่า อาตมาจะไม่ขอลาสิกขา อาตมาจะเป็นแสงสว่าง ทางให้เพื่อนมนุษย์ ขอให้โยมร่วมอนุโมทนาด้วยความยินดีและมั่นใจ” ตั้งแต่เริ่มอุปสมบทหลวงพ่อเงินมีความตั้งใจในการศึกษาพระศาสนาอย่างมาก ท่านมีขันติ วิริยะ และสามารถท่องจำปาติโมกข์จบตั้งแต่พรรษาแรก ท่านหมั่นบำเพ็ญเพียรในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นับตั้งแต่พรรษาแรก หลวงพ่อเงินได้มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรในการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐานตามที่โยมบิดาแนะนำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง ๔ ปีเต็ม กว่าจะออกธุดงค์เป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเงินได้ออกธุดงค์ไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งการเดินทางในขณะนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก และท่านกลับจากการธุดงค์ด้วยความปลอดภัย เต็มไปด้วยความปลาบปลื้มยินดีของผู้คน

การออกธุดงค์
ในปลายพรรษาที่ ๕ หลวงพ่อเงินพร้อมด้วยพระอีก ๒ รูป ได้ออกธุดงค์ไปตามชนบท มุ่งหน้าขึ้นภาคเหนือผ่านป่าสระบุรี ลพบุรี เรื่อยขึ้นไปถึงนครสวรรค์ ค่ำที่ไหนก็ปักกลดพักแรมที่นั่น อาหารที่ฉันก็เพียงมื้อเดียว การเดินทางในสมัยนั้นเดินทางด้วยเท้าเปล่า บ้านคนก็ไม่ค่อยมี ป่าก็เป็นป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด ซึ่งยากที่พระภิกษุผู้ที่ไม่มีอาวุธหรือเครื่องมือเพื่อป้องกันภัยจะธุดงค์ได้ตลอดรอดฝั่งด้วยความปลอดภัย เพราะเหตุที่ต้องประสบกับความยากลำบากในการออกธุดงค์ในครั้งนั้น จึงมีเรื่องเล่าต่อมาภายหลังจากที่หลวงพ่อเงินกลับจากธุดงค์เป็นเวลา ๔ เดือน หลวงพ่อเงินได้มาปักกลดอยู่ข้างบ้านดอนยายหอม โดยที่มีผิวกายดำกร้าน ร่างกายซูบผอมราวกับคนชรา ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาจึงจำท่านไม่ได้ แม้แต่พี่ชายก็คิดว่าเป็นพระธุดงค์มาจากที่อื่น แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ตกตะลึง แทบจะปล่อยโฮออกมา พอได้สติจึงยกมือไหว้ แล้วถามท่านว่า “คุณเงินหรือนี่” ซึ่งหลวงพ่อเงินก็ตอบพร้อมกับหัวเราะว่า ฉันเองโยมพี่ ฉันแปลกมากไปเชียวหรือ จึงจำฉันไม่ได้ ฉันมาปักกลดอยู่ที่นี่นานแล้ว เห็นพวกบ้านเราเขาเดินผ่านไปผ่านมาหลายคน แต่ไม่มีใครทักฉันเลย ฝ่ายพ่อพรมนั้นพอทราบข่าวว่าพระลูกชายกลับจากธุดงค์ด้วยความปลอดภัยแล้ว ก็เต็มไปด้วยความปลาบปลื้มยินดี นับเป็นเครื่องยืนยันว่าท่านได้ฝึกฝนตนเองอย่างเข้มข้น

มรณภาพ
หลวงพ่อเงินมรณภาพด้วยอาการอันสงบในวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร สิริอายุรวม ๘๗ ปี ๖๗ พรรษา นับแต่ท่านจากไปแล้วนั้น ชื่อเสียงและคุณงามความดีของหลวงพ่อเงินยังคงอยู่คู่กับวัดดอนยายหอมและหัวใจของชาวดอนยายหอมจวบจนปัจจุบัน โดยในทุกปี ช่วงระหว่างวันที่ ๙ ถึง ๑๓ มกราคม อันเป็นช่วงวันคล้ายวันมรณภาพของหลวงพ่อเงิน ทางวัดดอนยายหอมจะจัดงานรำลึกเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง

บทที่ ๓
หลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ พระเถระผู้สั่งสมทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ

ตลอดช่วงชีวิตสมณเพศอันยาวนานของหลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ ท่านได้แสวงหาและสั่งสมทั้งภูมิธรรม ภูมิปัญญา และพลังเมตตาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับการยกย่องจากฝ่ายคณะสงฆ์ด้วยสมณศักดิ์ "พระราชธรรมาภรณ์" อันเป็นหลักฐานแห่งคุณธรรมและความดีงามที่ท่านได้สร้างสมมาตลอดชีวิต

พระนักเทศน์แห่งนครปฐม
หลวงพ่อเงิน เป็นพระสงฆ์ที่มีปัญญาไหวพริบและมีพรสวรรค์ด้านการเทศน์อย่างโดดเด่น ท่านได้รับนิมนต์เป็นพระนักเทศน์ของจังหวัดนครปฐม โดยมีการเผยแผ่คำสอนผ่านรูปแบบการสอนที่เป็นเอกลักษณ์ของท่านคือการใช้ปริศนาธรรม คือการสอนธรรมะผ่านคำพูดที่ดูเหมือนธรรมดาแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง เช่น คำสอนที่ว่า "อยู่คง ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า" ซึ่งผู้ฟังทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเรื่องคาถาอาคม แต่แท้จริงแล้วหลวงพ่อหมายถึง "อยู่กับที่ อย่าออกไปยุ่งกับเรื่องทะเลาะวิวาท" อันเป็นการสอนวิธีอยู่รอดและดำเนินชีวิตอย่างสงบในสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
อย่างไรก็ตาม คำสอนของหลวงพ่อเงินมักสั้น กระชับ แต่ทรงพลัง เช่น "รู้จักพอ ก่อสุข ทุกสถาน" ซึ่งเป็นหลักธรรมแห่งสันโดษที่ท่านยึดถือปฏิบัติตลอดชีวิต และ "คนฉลาดทำได้หมดทั้งดีและชั่ว แต่คนเฉลียวนึกถึงโทษก็ไม่ทำ" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านให้คุณค่ากับสติปัญญาเชิงจริยธรรมมากกว่าเพียงความฉลาดทางโลก

การปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา
นอกจากภาระด้านการเผยแผ่และการพัฒนาแล้ว หลวงพ่อเงินยังเป็นพระนักปฏิบัติที่เคร่งครัดในการบำเพ็ญสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน ท่านฝึกฝนจิตด้วยความมานะบากบั่นจนมีอานุภาพในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวิทยาคมและพุทธคุณในวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นในภายหลัง
ในระยะแรกนั้นหลวงพ่อเงินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสักยันต์ เนื่องจากในช่วงเวลานั้นบริเวณบ้านดอนยายหอมยังเป็นชุมชนห่างไกล ที่ชาวบ้านยังคงต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวในการปกป้องตนเองจากภัยอันตรายต่าง ๆ อย่างไรก็ตามเมื่อทางราชการขอร้องให้ท่านเลิกสักยันต์ เนื่องจากมีกรณีที่ลูกศิษย์บางส่วนเกิดความฮึกเหิมจนนำไปสู่การกระทำที่ไม่ดี หลวงพ่อเงินก็ตัดสินใจเลิกสักยันต์ทันที นับเป็นการแสดงถึงการยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเหนือสิ่งอื่นใด

บทบาทพระนักพัฒนา
สิ่งที่ทำให้หลวงพ่อเงินได้รับการยกย่องเหนือกว่าการเป็นพระเกจิผู้มีอาคม คือบทบาทพระนักพัฒนา ท่านมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันสงฆ์กับคุณภาพชีวิตของฆราวาสอย่างชัดเจน รายได้จากกุศลศรัทธาของประชาชนถูกนำไปเปลี่ยนเป็นรากฐานของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างโรงเรียนวัดดอนยายหอม สถานีอนามัย และการตัดถนนเชื่อมต่อพื้นที่ห่างไกลในนครปฐม การกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงหลักธรรมเรื่อง "อัตถจริยา" หรือการประพฤติประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งส่งผลให้วัดดอนยายหอมกลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาที่ยั่งยืนในยุคนั้น
ต่อมาหลวงพ่อเงินได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์ที่สูงขึ้น จนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระราชธรรมาภรณ์" อันเป็นเครื่องยืนยันว่าคณะสงฆ์และบ้านเมืองยอมรับในคุณธรรมและผลงานของท่าน นอกจากนี้ท่านยังได้รับนิมนต์ให้เป็นประธานในการสร้างวัดและโรงเรียนรวมกันหลายสิบแห่งทั่วภาคกลาง จนได้รับขนานนามว่าเป็น "เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม" โดยพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงร่วมสมัยกับหลวงพ่อเงิน ได้แก่ หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม หลวงพ่อเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อหลิว วัดไร่แตงทอง และหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง

บทที่ ๔
กิตติคุณ อภินิหาร ประสบการณ์แห่งศรัทธาของเทพเจ้าแห่งดอนยายหอม

ชื่อเสียงของหลวงพ่อเงินในฐานะพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงอิทธิคุณนั้น เกิดขึ้นจากความศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ดอนยายหอมและประชาชนทั่วไป ผ่านการบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงและเรื่องเล่าที่บอกต่อกันมา

ชื่อเสียงด้านเมตตาและการสงเคราะห์ผู้ตกทุกข์
หลวงพ่อเงินนับเป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านสามารถเข้าถึงท่านได้ง่ายและไม่เลือกชนชั้นของผู้คน ท่านเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านดอนยายหอมทุกคน ดังที่ลูกศิษย์ของท่านเล่าไว้ว่า ในสมัยที่ตนเป็นเด็กวัด ท่านจะให้เด็กมาอ่านหนังสือบ้าง ช่วยนวดบ้าง และเมื่องานเสร็จก็จะหยิบพระใส่มือให้เสมอ ทุกบ้านในดอนยายหอมจะมีรูปหลวงพ่อเงินติดอยู่ทุกบ้าน และเด็ก ๆ ทุกคนล้วนห้อยพระหลวงพ่อเงินไว้ที่คอ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท่านได้ฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของผู้คนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้หลวงพ่อเงินยังทำหน้าที่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ในสังคม เช่น กรณีที่มีโจรชื่อดังในภาคกลางที่ชื่อ "เสือผาด ทับสายทอง" ซึ่งแม้จะมีคุณธรรมพอสมควรและบางครั้งเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน แต่ก็ยังคงเป็นโจร หลวงพ่อเงินพยายามจะให้เสือผาดเลิกเป็นโจรด้วยความเมตตา และยังสามารถเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างเสือผาดกับทางราชการได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบารมีและความไว้วางใจที่ผู้คนทุกชนชั้นมีต่อท่าน

บทที่ ๕
วัตถุมงคล พระเครื่อง และเครื่องรางของหลวงพ่อเงิน
มรดกแห่งพุทธาคมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

หลวงพ่อเงินเริ่มสร้างวัตถุมงคลเพื่อแจกแก่ผู้ที่มาร่วมทำบุญและผู้ที่ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ โดยเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลของหลวงพ่อเงินมีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมุ่งเน้นพุทธคุณทางด้าน เมตตามหานิยม แคล้วคลาด และการรักษาโรคภัย

มวลสารและกรรมวิธีการสร้าง
ในด้านวัตถุมงคลของหลวงพ่อเงินรุ่นแรก ๆ จะเป็นรุ่นสร้างพระอุโบสถเป็นของสมนาคุณแด่ผู้ที่มาร่วมทำบุญสร้างพระอุโบสถวัดดอนยายหอม ในการออกวัตถุมงคลเป็นพระผงรุ่นแรก ๆ จะใช้ดินเหนียวในการทำวัตถุมงคล ในระยะแรกหลวงพ่อเงินใช้ดินเหนียวจากบ้านคันลำเป็นวัสดุหลักในการสร้างพระเครื่อง
สาเหตุที่ท่านเลือกดินจากบ้านคันลำนั้น ท่านอธิบายว่า "คันลำ" มีเสียงคล้ายกับ "ขัดลำ" หมายถึง ปืนที่ยิงไม่ออก ซึ่งเป็นนัยมงคลแห่งการป้องกันภัยอันตราย กรรมวิธีการสร้างนั้นพิถีพิถันอย่างยิ่ง ต้องใช้ดินที่ไม่มีใครเหยียบย้ำ นำมาบดให้ละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อให้เมื่อเผาแล้วจะไม่แตกหรือระเบิด ต่อมาได้พัฒนาการสร้างพระเครื่องเป็นพระผงซึ่งมีส่วนผสมของปูนเปลือกหอย ปูนขาว ดินสอพอง และกล้วยน้ำว้าเป็นตัวประสาน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพระผงของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆังโฆสิตาราม

วัตถุมงคลสำคัญ
เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกของหลวงพ่อเงินนั้นสร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๙๓ ถือเป็นวัตถุมงคลชิ้นสำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่มาร่วมทำบุญสร้างพระอุโบสถวัดดอนยายหอมในขณะนั้น โดยเป็นเหรียญปั๊มรูปทรงเสมา มีหูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเงินครึ่งองค์ ด้านหลังเป็นยันต์นะทรหด ล้อมด้วยยันต์สี่ตัว มีเอกลักษณ์พิเศษคือตอกคำว่า "หลวงพอเงิน" โดยไม่มีไม้เอก ซึ่งเชื่อกันว่าหลวงพ่อพอใจเพราะตรงกับคำสอน "รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน" เหรียญหลวงพ่อเงินรุ่นนี้ได้รับความนิยมมาก ใครมีไว้บูชาเชื่อว่า โชคลาภเงินทองไม่ขาดมือ แคล้วคลาดปลอดภัยไร้อันตรายใด ๆ
ต่อมามีการสร้างเหรียญหน้าวัว หรือทรงเม็ดบัวคอเว้าในบางพิมพ์ สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๐๓ มีรูปลักษณ์เป็นเหรียญขนาดเล็ก เหมาะสำหรับเด็กและสตรี ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเงินหันข้าง ด้านล่างมีเลข ๑ ไทย ด้านหลังยันต์นะทรหด มีการสร้างในหลายเนื้อทั้งทองคำ เงิน และทองแดง
การสร้างเหรียญทรงกลมใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าเหรียญจิ๊กโก๋ สร้างใน พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นหนึ่งในเหรียญที่ได้รับความนิยมสูงของหลวงพ่อเงิน เหรียญจิ๊กโก๋ใจัดสร้างและออกแบบโดยกองกษาปณ์เพื่อหาทุนสร้างมูลนิธิหลวงพ่อเงิน ขนาดของเหรียญมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๒ นิ้ว ซึ่งค่อนข้างใหญ่มาก เมื่อนำไปห้อยคอจึงดูคล้ายเครื่องประดับของพวกจิ๊กโก๋ในสมัยนั้น
การสร้างเหรียญกลมเล็ก ใน พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมสูง มีการสร้างเนื้อทองคำ เงิน และทองฝาบาตร รวมกันประมาณ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ ซึ่งเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการพระเครื่อง
เหรียญรุ่นเสมาหน้าหนุ่ม หรือรุ่นเสาร์ห้า ใน พ.ศ. ๒๕๑๐ จัดสร้างโดย พลโทสมุทร ชาตินันท์ โดยใช้บล็อกหน้าวัวรุ่นก่อนแต่แก้คำเป็น "ที่ระลึกเสาร์ห้า วัดดอนยายหอม ๒๕๑๐ ส.ช." ด้านหลังยันต์นะ นะ มิอุ มีวัตถุประสงค์จัดสร้างเพื่อแจกทหารที่ไปรบในสงครามเวียดนาม
การสร้างเหรียญรุ่นหันข้าง ใน พ.ศ. ๒๕๑๓ มีรูปลักษณ์เป็นเหรียญรูปไข่ครึ่งองค์ที่แกะบล็อกได้สวยงามและคมชัด ซึ่งเป็นอีกรุ่นที่นิยมแพร่หลาย
และเหรียญรุ่นสุดท้าย สร้างใน พ.ศ. ๒๕๑๘ จัดสร้างโดยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ในโอกาสล้างป่าช้าที่วัดดอนยายหอม หลวงพ่อเงินอนุญาตให้สร้างและกำชับให้ระบุคำว่า “รุ่นสุดท้าย” ไว้บนเหรียญ ถือเป็นรุ่นที่ในปัจจุบันมีผู้นิยมเป็นอย่างมาก

พระบารมีสิบทัศน์
เรื่องราวของพระสิบทัศน์นั้นเกิดจากการที่หลวงพ่อเงินออกขุดอิฐบริเวณเนินพระโบราณ เพื่อนำอิฐมาสร้างพระอุโบสถวัดดอนยายหอมเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๘๐ จากการขุดท่านพบแบบพิมพ์พระโบราณจึงนำมาสร้างวัตถุมงคลขึ้น เพื่อตอบแทนแก่ผู้สละทรัพย์และแรงกายร่วมทำบุญในครั้งนั้น โดยพระสิบทัศน์ยุคแรกสร้างขึ้นจากเนื้อดินเผา (มีบางส่วนเป็นพระเนื้อดินผสมผงใบลาน) หลวงพ่อเงินได้นำดินจากที่นาของชาวบ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งถือเคล็ดว่าต้องเป็นดินที่ไม่เคยถูกเหยียบย่ำมากก่อน มีขั้นตอนการเตรียมดิน กดพิมพ์ สุมไฟเผา จัดขึ้นภายในวัดดอนยายหอมและอยู่ในพิธีกรรมอย่างเคร่งครัด พระเครื่องที่ได้มีหลายสี ได้แก่ สีเหลืองหม่น สีแดง สีน้ำตาล สีดำ
พระสิบทัศน์นี้ถือเป็นวัตถุมงคลที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของหลวงพ่อเงิน มีทั้งเนื้อดินเผาและเนื้อโลหะ โดยปรากฏรูปพระพุทธเจ้า ๑๐ องค์ประดิษฐานอยู่ในเฟรมเดียวกัน เป็นการสื่อถึงทศบารมี หรือบารมี ๑๐ ประการของพระโพธิสัตว์ การครอบครองพระสิบทัศน์จึงมิใช่เพียงเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นการเตือนสติให้พุทธบริษัทหมั่นบำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุตามแบบอย่างพระพุทธองค์
อย่างไรก็ตาม นอกจากเหรียญหลวงพ่อเงินแล้ว หลวงพ่อเงินยังขึ้นชื่อเรื่องการสร้างเครื่องราง และพระเนื้อดิน โดยพระเนื้อดินของหลวงพ่อเงินก็เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะพระบารมีสิบทัศน์ซึ่งได้แบบพิมพ์มาจากการขุดพบในบริเวณเนินพระโบราณ วัตถุมงคลของหลวงพ่อเงินทำหน้าที่เป็นเกราะทางจิตใจให้กับชาวบ้านที่เคารพศรัทธาในตัวท่าน ท่านจะเน้นย้ำเรื่องเมตตาธรรมในวัตถุมงคล ช่วยลดทอนความขัดแย้งในสังคมและสร้างจิตสำนึกเรื่องการเกื้อกูลกัน เครื่องรางของท่านจึงมิได้ถูกมองว่าเป็นเพียงของขลังแต่คือสื่อกลางที่เชื่อมต่อผู้คนเข้ากับหลักจริยธรรมผ่านความศรัทธา

บทที่ ๖
มรณภาพ เกียรติคุณ และมรดกศรัทธาที่สืบต่อของเทพเจ้าแห่งดอนยายหอม

ในช่วงปลายชีวิตของหลวงพ่อเงิน ท่านได้รับการดูแลเอาใจใส่จากศิษยานุศิษย์และชาวบ้านดอนยายหอมที่รักและเคารพท่านอย่างมาก แม้ร่างกายจะเริ่มอ่อนแอลงตามกาลเวลา แต่จิตใจของท่านยังคงมั่นคงในธรรม ไม่ยึดติดในสังขาร ดังที่ปณิธานแห่งชีวิตของท่านที่ว่า "อาตมาจะเป็นแสงสว่างทางให้เพื่อนมนุษย์" ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นอย่างครบถ้วนตลอด ๖๗ พรรษา

วาระสุดท้ายและการจากไป
หลวงพ่อเงินมรณภาพอย่างสงบในวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๐ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร สิริอายุรวม ๘๗ ปี ๖๗ พรรษา การจากไปของท่านสร้างความโศกเศร้าอย่างลึกซึ้งให้แก่ชาวบ้านดอนยายหอมและศิษยานุศิษย์จำนวนมาก กล่าวกันว่าการสูญเสียหลวงพ่อเงินนั้นเปรียบเสมือนการสูญเสียแสงสว่างที่ส่องนำทางให้ชุมชนมาตลอดกว่าครึ่งศตวรรษ ภายหลังการมรณภาพ สรีระสังขารของหลวงพ่อเงินได้รับการประดิษฐานในศาลาธรรมโสฬสของวัดดอนยายหอม ซึ่งท่านได้สร้างไว้ขณะยังมีชีวิต

การสืบทอดวัดและมรดกศรัทธา
วัดดอนยายหอมยังคงได้รับการดูแลสืบต่อโดยเจ้าอาวาสรต่อมา คือ หลวงพ่อแช่ม หรือพระครูเกษมธรรมนันท์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๒๕๓๖ ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมและวิปัสสนากรรมฐานมาจากหลวงพ่อเงิน หลวงพ่อประพันธ์ หรือพระครูวิมลสุทธิสาร ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๓๖ – ๒๕๖๒ ซึ่งล้วนสืบสานปณิธานของหลวงพ่อเงิน จนท่านเจ้าอาวาสในปัจจุบันคือ หลวงพ่ออวยพร หรือพระครูปฐมวราจารย์ วัดดอนยายหอมยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวดอนยายหอมและผู้เลื่อมใสในบารมีของหลวงพ่อเงินจากทั่วประเทศ
ทุกปีในช่วงวันที่ ๙–๑๓ มกราคม ซึ่งตรงกับช่วงวันคล้ายวันมรณภาพของท่าน ศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธาราว ๔๐๐–๕๐๐ คนจะเดินทางมาบวชชีพราหมณ์ถือศีลแปดเพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน บ้างก็มาแก้บนในสิ่งที่ได้บนบานไว้ ประเพณีนี้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนว่าศรัทธาของผู้คนที่มีต่อหลวงพ่อเงินไม่เคยจางหาย แม้กาลเวลาจะล่วงผ่านไปนานเพียงใด

บทที่ ๗
คุณูปการของหลวงพ่อเงิน พระเถระผู้เชื่อมศรัทธาชุมชน ธรรมปฏิบัติ และการพัฒนาสังคมเข้าด้วยกัน

เมื่อพิจารณาชีวประวัติ ผลงาน และกิตติคุณ ที่หลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ ได้ฝากไว้ตลอดช่วงชีวิตสมณเพศ จะเห็นได้ว่าท่านมิใช่พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเพียงเพราะวัตถุมงคลได้รับความนิยม หากเป็นพระเถระผู้มีบทบาทอย่างครอบคลุมหลากหลายด้านของสังคมไทย

หลวงพ่อเงินในฐานะพระนักพัฒนาและนักการศึกษา
ตลอดชีวิตสมณเพศ หลวงพ่อเงินได้สร้างและบูรณะวัดวาอารามและสถานศึกษาหลายสิบแห่งทั่วภาคกลาง ที่สำคัญที่สุดคือการก่อตั้งโรงเรียน เพื่อให้ลูกหลานชาวดอนยายหอมได้มีโอกาสเรียนหนังสือตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมัธยม อุดมการณ์ทางการศึกษาของท่านสะท้อนผ่านคำกลอนอันเลื่องชื่อที่ว่า "การเรียนคือบ่อเกิดแห่งความรู้ ความรู้เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา ปัญญาเป็นบ่อเกิดแห่งการงาน การงานเป็นบ่อเกิดแห่งเงินทอง" อันเป็นหลักปรัชญาที่ยังคงทันสมัยและมีคุณค่าจนถึงทุกวันนี้

หลวงพ่อเงินในฐานะพระนักธรรมและผู้สอน
ด้านการเผยแผ่พระธรรม หลวงพ่อเงินมีเอกลักษณ์ในการใช้ "ปริศนาธรรม" เป็นสื่อการสอน โดยสอดแทรกหลักธรรมลึกซึ้งไว้ในคำพูดธรรมดา ทำให้ชาวบ้านทั่วไปสามารถเข้าถึงธรรมะได้โดยไม่รู้สึกว่ายุ่งยากหรือซับซ้อน คำสอนที่ว่า "รู้จักพอ ก่อสุข ทุกสถาน" เป็นหลักสันโดษและความพอเพียงที่ท่านสอนด้วยชีวิตก่อนที่จะสอนด้วยคำพูด เพราะท่านเองก็ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ อุทิศเวลาและแรงกายแรงใจทุกอย่างเพื่อพระศาสนาและชุมชน

หลวงพ่อเงินในฐานะที่พึ่งทางจิตใจของสังคมชนบท
บทบาทที่โดดเด่นที่สุดของหลวงพ่อเงินคือ การเป็นที่พึ่งของสังคม ทั้งที่พึ่งทางร่างกายผ่านการรักษาพยาบาลด้วยภูมิปัญญาโบราณ ที่พึ่งทางจิตใจผ่านการรับฟังทุกข์และให้คำแนะนำ ที่พึ่งทางสังคมผ่านการทำหน้าที่คนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง และที่พึ่งทางวิญญาณผ่านวัตถุมงคลและคำสอนธรรมะ ท่านมิได้เลือกที่รักมักที่ชัง ผู้คนทุกชนชั้นตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดาจนถึงโจรผู้ร้าย ล้วนสามารถเข้าถึงท่านและได้รับเมตตาจากท่านอย่างเท่าเทียม
ชีวิตของหลวงพ่อเงินนับเป็นตัวอย่างอันสมบูรณ์ของพระเถระผู้มีคุณธรรมครบถ้วน ทั้งด้านการเป็นพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และพระผู้เป็นที่พึ่งทางจิตใจของผู้คน ทำให้ท่านก้าวข้ามความเป็นพระเกจิท้องถิ่นไปสู่ความเป็น "เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม" ที่ชาวบ้านดอนยายหอมมอบให้แก่พระเถระผู้เป็นที่เคารพรักของ อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อเงิน นับเป็นต้นแบบของอริยสงฆ์ที่สามารถประสานพุทธศาสตร์ (หลักธรรม) ไสยศาสตร์ (ความเชื่อ) และสังคมศาสตร์ (การพัฒนา) ให้ไปพร้อมกันได้ วัตถุมงคลของท่านจึงทรงค่าทั้งในฐานะงานพุทธศิลป์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และบารมีธรรมที่ยังคงคุ้มครองและยึดเหนี่ยวใจพุทธศาสนิกชนมาจนถึงปัจจุบัน

บรรณานุกรม
กรมการศาสนา. (๒๕๓๑). ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๔. กองพุทธศาสนสถาน กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ.
กรมศิลปากร. (๒๕๒๐). ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระราชธรรมาภรณ์ (เงิน จนฺทสุวณฺโณ). โรงพิมพ์รุ่งวัฒนา.
ชลิต ชัยมงคล. (๒๕๔๑). พระเกจิอาจารย์แห่งเมืองนครปฐม. สำนักพิมพ์มรดกไทย.
ตรีน้อย ทรงประเสริฐ. (๒๕๔๕). วิวัฒนาการพระเครื่องและเครื่องรางของขวัญในจังหวัดนครปฐม. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ธนิต อยู่โพธิ์. (๒๕๑๕). ประวัติพระเกจิอาจารย์สำคัญของไทย. กรมศิลปากร.
พิเชษฐ์ ตันติวิทยา. (๒๕๕๒). เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม: ชีวประวัติ วัตถุมงคล และพุทธาคม หลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ. สำนักพิมพ์เมืองโบราณ.
ภิญโญ พงษ์เจริญ. (๒๕๓๘). อภินิหารและประวัติพระเกจิอาจารย์ยอดนิยม. สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
วัดดอนยายหอม. (๒๕๒๐). ประวัติและวัตถุมงคล พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ). เอกสารอนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ วัดดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม.
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (๒๕๔๘). นครปฐม: ประวัติศาสตร์และการเมืองลุ่มน้ำนครชัยศรี. สำนักพิมพ์มติชน.
อนันต์ สุวรรณฉัตร. (๒๕๓๖). ตำนานพระเกจิและวิทยาคมเมืองนครปฐม. โรงพิมพ์การศาสนา.
อภิชาต เจริญสุข. (๒๕๕๒). ศึกษาบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาชุมชนในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อิทธิพร ขำประเสริฐ. (๒๕๖๔). ยายหอม แห่งเมืองนครปฐม: การวิเคราะห์คุณค่าของตำนานและคติความเชื่อของชุมชน. มหาวิทยาลัยคริสเตียน.

Video Title Subtitle

Video Thumbnail

Photo Gallery Additional Details

เหรียญหลวงพ่อเงิน (หลวงพอเงิน) วัดดอนยายหอม รุ่นแรก พ.ศ.2493 เนื้อทองแดงรมดำ ในตัวเหรียญไม่มีตัวหนังสือชื่อวัด และ ปีที่สร้างมีแต่ยันต์ด้านหลังเหรียญและคำว่า “หลวงพอเงิน” ซึ่งไม่ได้ปั๊มติดมากับตัวเหรียญ แต่เป็นตัวตอกภายหลังตรงใต้หูเหรียญว่า “หลวงพอเงิน” ไม่มีไม้เอก เข้าใจว่าช่างแกะคงลืมทำ“ไม้เอก”ตกไปเมื่อได้นำเหรียญมาให้หลวงพ่อพิจารณาท่านเห็นคำว่า“หลวงพอเงิน”ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่กลับพอใจเพราะคำว่า “พอ” ตรงกับคำสอนอันเป็นอมตะวาจาของท่านที่มักจะพูดเสมอว่า “รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน” ก็เลยปล่อยไว้เหมือนเดิม คือ “หลวงพ่อเงิน”

เหรียญหลวงพ่อเงิน (หลวงพอเงิน) วัดดอนยายหอม รุ่นแรก พ.ศ.2493 เนื้อทองแดงรมดำ ในตัวเหรียญไม่มีตัวหนังสือชื่อวัด และ ปีที่สร้างมีแต่ยันต์ด้านหลังเหรียญและคำว่า “หลวงพอเงิน” ซึ่งไม่ได้ปั๊มติดมากับตัวเหรียญ แต่เป็นตัวตอกภายหลังตรงใต้หูเหรียญว่า “หลวงพอเงิน” ไม่มีไม้เอก เข้าใจว่าช่างแกะคงลืมทำ“ไม้เอก”ตกไปเมื่อได้นำเหรียญมาให้หลวงพ่อพิจารณาท่านเห็นคำว่า“หลวงพอเงิน”ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่กลับพอใจเพราะคำว่า “พอ” ตรงกับคำสอนอันเป็นอมตะวาจาของท่านที่มักจะพูดเสมอว่า “รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน” ก็เลยปล่อยไว้เหมือนเดิม คือ “หลวงพ่อเงิน”

เหรียญรุ่น2 หลวงพ่อเงิน ปี 2497 เหรียญเสมา เหรียญหลวงพ่อเงินรุ่น2สร้างปี 2497 เพื่อหาทุนบูรณะวัดบางช้างใต้ ด้านหน้าเหรียญใช้บล็อกแม่พิมพ์ของรุ่นแรกนำมาปั๊มใหม่ แต่บล็อกชำรุดขึ้นสนิมทำให้เมื่อปั๊มแล้วเกิดเม็ดผดผื่น หรือ เรียกว่าขี้กลาก แต่ถึงชำรุดอย่างไรบล็อกแม่พิมพ์รุ่นแรกก็ยังถูกนำมาใช้งานอีกหลายครั้งเกิดเป็นตำนานเหรียญเสมาหน้าหนุ่มที่ได้รับความนิยมสืบต่อกันมา

เหรียญรุ่น2 หลวงพ่อเงิน ปี 2497 เหรียญเสมา เหรียญหลวงพ่อเงินรุ่น2สร้างปี 2497 เพื่อหาทุนบูรณะวัดบางช้างใต้ ด้านหน้าเหรียญใช้บล็อกแม่พิมพ์ของรุ่นแรกนำมาปั๊มใหม่ แต่บล็อกชำรุดขึ้นสนิมทำให้เมื่อปั๊มแล้วเกิดเม็ดผดผื่น หรือ เรียกว่าขี้กลาก แต่ถึงชำรุดอย่างไรบล็อกแม่พิมพ์รุ่นแรกก็ยังถูกนำมาใช้งานอีกหลายครั้งเกิดเป็นตำนานเหรียญเสมาหน้าหนุ่มที่ได้รับความนิยมสืบต่อกันมา

เหรียญหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม (เหรียญหน้าวัว) พ.ศ.2503 เนื้อทองคำ

เหรียญหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม (เหรียญหน้าวัว) พ.ศ.2503 เนื้อทองคำ

NPRU Cultural
Knowledge Hub

Please wait...