Arts and Culture, Nakhon Pathom Rajabhat University
โบราณสถาน

วัดพระงาม

Main Title Subtitle

โบราณสถานวัดพระงาม หรือที่เรียกกันว่า เขาวัดพระงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดพระงามพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ทางด้านนอกเมืองโบราณนครปฐมลักษณะของโบราณสถานวัดพระงามเป็นเนินดินขนาดใหญ่มีการพังทลายลงตามเวลา โบราณสถานแห่งนี้ได้มีการสำรวจในช่วงปี พ.ศ.2434 ถึง พ.ศ.2435 โดยลูเซียง ฟูร์เนอโร(Lucien Fournereau) นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงธรรมการของรัฐบาลสยามให้เข้ามาสำรวจเมืองนครปฐม
ต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทำการสำรวจวัดพระงามแห่งนี้ โดยพบโบราณวัตถุ คือ พระพุทธรูปสำริด กวางหมอบ ธรรมจักร พระพิมพ์ดินเผาและเศียรพระพุทธรูปดินเผา โดยมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ คือ เศียรพระพุทธรูปดินเผาสมัยทวารวดีที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นอย่างมาก และได้รับการยอมรับอย่างมากจากนักวิชาการ และเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดพระงาม ในปัจจุบันเศียรพระพุทธรูปดินเผานี้ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

Main Title Subtitle

โบราณสถานวัดพระงามได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานสำคัญของชาติ ใน พ.ศ. 2478 ต่อมากรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี มีการขุดศึกษาโบราณสถานวัดพระงามเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาใน พ.ศ. 2562 พบว่าโบราณสถานวัดพระงามมีรูปแบบลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับพระประโทนเจดีย์ และโบราณสถานเนินพระมีร่องรอยของชั้นอิฐโบราณสมัยทวารวดี อาจกำหนดอายุการก่อสร้างโบราณสถานวัดพระงามในราวพุทธศตวรรษที่ 14 และจัดเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ในสมัยทวารวดีในประเทศไทย

ทั้งนี้มีการขุดพบโบราณวัตถุ เช่นพระพิมพ์ดินเผา ชิ้นส่วนธรรมจักรจำหลักจากหินสีเทา ปูนปั้นดินเผารูปยักษ์ขนาดใหญ่ โดยสันนิษฐานว่าเป็นทวารบาลนั่งอยู่บริเวณทางเข้าศาสนสถานและพบจารึก โดยพบในตำแหน่งบริเวณฐานชั้นล่างสุดทางทิศเหนือของสถูป จารึกด้วยอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต กำหนดอายุราว พุทธศตวรรษที่ 12 ปรากฏข้อความสำคัญถึงคำว่า “ทวารวดีวิภูติ” ซึ่งจารึกวัดพระงามนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาทวารวดีเป็นอย่างมาก ปัจจุบันโบราณวัตถุที่พบจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์

Main Title Subtitle

สำหรับการดำเนินงานขุดศึกษาพื้นที่โบราณสถานวัดพระงามปัจจุบันได้เปิดพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของเนินดินด้านทิศเหนือทำให้พบสิ่งก่อสร้างที่สันนิษฐานในขณะนี้ว่าเป็นสถูป อยู่ในผัง รูปสี่เหลี่ยม ขนาดความกว้างด้านละประมาณ 41.50 เมตรสันนิษฐานว่าสถูปสมัยทวารวดีองค์นี้คงเหลือเพียงส่วนฐานถึงส่วนเรือนธาตุเท่านั้นโดยรูปแบบลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับพระประโทณเจดีย์

สำหรับการดำเนินงานขุดศึกษาพื้นที่โบราณสถานวัดพระงามปัจจุบันได้เปิดพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของเนินดินด้านทิศเหนือทำให้พบสิ่งก่อสร้างที่สันนิษฐานในขณะนี้ว่าเป็นสถูป อยู่ในผัง รูปสี่เหลี่ยม ขนาดความกว้างด้านละประมาณ 41.50 เมตรสันนิษฐานว่าสถูปสมัยทวารวดีองค์นี้คงเหลือเพียงส่วนฐานถึงส่วนเรือนธาตุเท่านั้นโดยรูปแบบลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับพระประโทณเจดีย์

Main Title

Subtitle

Main Title Subtitle

วรวุฒิ วีระชิงไชย (อดีตอาจารย์สอนพิเศษมหาวิยาลัยราชภัฏนครปฐมและมหาวิทยาลัยศิลปากร, 2566) ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับล้วนวัดนครปฐมรวมทั้งประวัติศาสตร์นครปฐมโบราณและคลองเจดีย์บูชา แหล่งอ้างอิงที่ศึกษา คือ สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาเป็นพระราชวงศ์พระร่วง (ศิลาจารึก หลัก 2 วัดศรีชุม) และการเขียนนิราศของพระสุนทรโวหาร หรือ สุนทรภู่ ที่ได้จารึกนิราศพระประทมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พระปฐมเจดีย์ก่อนบูรณะ โดยบันทึกว่าสมัยก่อนที่จะมาเป็นคลองเจดีย์บูชา เคยมีเส้นทางคลองอื่นมาก่อนอยู่แล้วคือเส้นทางลำน้ำบางแก้วที่ไหลตามธรรมชาติทางตะวันตกเฉียงเหนือ เส้นทางของลำน้ำบางแก้วมีลักษณะคดเคี้ยวไหลผ่านเมืองนครปฐมโบราณไปออกแม่น้ำท่าจีนที่อำเภอนครชัยศรี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่ใช้ในสมัยทวารวดี

Main Title Subtitle

นฤมล บุญญานิตย์ (บรรณารักษ์ดูแลศูนย์ข้อมูลภาคตะวันตกของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศิลปากร, 2566) กล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2374 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเดินทางเรือเพื่อไปสำรวจพื้นที่เมืองนครปฐมโบราณ แต่การเดินทางเรือในอดีตนั้นยากลำบากเนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปกลับเมืองนครปฐมโบราณเป็นเวลา 5 วัน 4 คืน การเดินทางในตอนนั้นจะมีทางบกท่านเสด็จด้วยช้างและทางน้ำท่านเสด็จด้วยเรือ ท่านทรงเสด็จออกจากวังแล้วลงเรือขึ้นที่วัดชัยพฤกษ์ คืนแรกท่านได้ไปประทับค้างแรมที่วัดชัยพฤกษ์จังหวัดกรุงเทพมหานคร 1 คืน ขึ้นวันใหม่ท่านก็เสด็จทางเรือไปต่อที่ศาลเจ้าบ้านหลงหวนอำเภอนครชัยศรี วันต่อมาท่านเสด็จทางเรือเพื่อเดินทางต่อ แต่เส้นทางเรือในสมัยก่อนไม่ได้เป็นทางตรง ท่านเสด็จทางเรือจากบ้านหลงหวนล่องเรือทางคลองรอดใต้พระตำหนักปากคลองบางแก้วมาด้านหลังธรรมศาลาต่อท่าพะเนียดไปวัดเกาะวังไทรจนถึงวัดห้วยจระเข้ การเดินทางเรือนั้นเป็นลำน้ำที่คดเคี้ยว

Main Title Subtitle

วรวุฒิ วีระชิงไชย (2566) กล่าวว่า เมื่อท่านเสด็จมาถึงเมืองนครปฐมโบราณทรงพบโบราณสถานที่เป็นเนินกองดินเหมือนภูเขาขนาดใหญ่มีความสูงประมาณ 8 เมตร ด้านบนมีเจดีย์ที่เรียกว่าพระประทมเจดีย์ (ประทมหรือบรรทม แปลว่า นอน ปรินิพพาน) มีวิหาร 4 หลัง และเจดีย์ใหญ่น้อยหลายองค์ ที่เคยมีการบูรณะมาก่อน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองนครปฐมในสมัยโบราณที่มีผู้คนมากราบไหว้โดยตลอด และมีบันทึกในสมุดไทสมัยอยุธยา ดังนั้นท่านทรงอยากจะบูรณะโบราณสถานพระธมเจดีย์ (พระธม แปลว่า ใหญ่ เป็นภาษาขอม) แต่ตอนที่ท่านพบท่านยังไม่ได้ขึ้นครองราชสมบัติ พระมหากษัตริย์ที่ขึ้นครองราชสมบัติ คือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านจึงไปขอให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ให้ช่วยบูรณะโบราณสถานพระธมเจดีย์ แต่พระมหากษัตริย์ทรงปฏิเสธเนื่องจากสถานที่แห่งนั้นทรงเห็นว่าเป็นป่าไม่มีผู้คนสามารถเข้าไปกราบไหว้บูชาได้ ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐานกับโบราณสถานพระธมเจดีย์ แห่งนั้นว่าถ้าหากได้ขึ้นครองราชสมบัติแล้วจะมาบูรณะโบราณสถานพระธมเจดีย์

Main Title Subtitle

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 2394 ถัดมาอีก 1 ปี ใน พ.ศ.2395 จึงโปรดให้ดำเนินการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ขึ้นตามพระราชประสงค์ในการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์นั้น พี่นฤมล บุญญานิตย์ (บรรณารักษ์ดูแลศูนย์ข้อมูลภาคตะวันตกของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศิลปากร, 2566) กล่าวว่า สมัยก่อนการขนส่งอุปกรณ์การก่อสร้างองค์พระปฐมเจดีย์นั้นยากลำบากเนื่องจากเป็นเส้นทางลำน้ำบางแก้วที่คดเคี้ยวและในเดือนหน้าแล้งไม่มีน้ำในการเดินทางเรือ เป็นเส้นทางลำน้ำที่ขาดสายไม่สะดวกต่อการบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์

Main Title Subtitle

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์(ดิศ บุนนาค) เป็นขุนนางได้อวยยศเทียบเท่าเจ้า (สมเด็จเจ้าพระยา) เป็นแม่กอง ให้ขุดคลองเจดีย์บูชาขึ้นมา เพื่อลดระยะเวลาในการเดินทางเรือ แต่ในขณะเดียวกันท่านขุดคลองเจดีย์บูชาได้เวลา 3 ปี สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ได้ถึงแก่พิราลัยในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2398 ขณะอายุ 67 ปี ด้วยสาเหตุเป็นแผลที่หลังเท้าซ้ายจากการถูกเสี้ยนตำ เป็นพิษลามจนถึงแก่ชีวิต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้บุตรของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) มีนามว่าสมเด็จเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) เป็นแม่กอง ให้ขุดคลองตั้งแต่แม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรีที่บ้านท่านาไปจนถึงบริเวณ องค์พระปฐมเจดีย์ ผ่านพระราชวังที่พระองค์โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างใหม่เลยไปจนถึงวัดพระงาม ความยาวทั้งสิ้น 448 เส้น การขุดคลองสายนี้จ้างชาวจีนก่อสร้างและชาวมอญทำอิฐ ใช้เงินทั้งสิ้น 64,363 บาท เพื่อเป็นเส้นทางเรือขนส่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างองค์พระปฐมเจดีย์และเป็นเส้นทางของประชาชนที่จะเดินทางไปกราบไหว้นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ตลอดจนใช้เดินทางในชีวิตประจำวันได้สะดวก พี่วรวุฒิ วีระชิงไชย (อดีตอาจารย์สอนพิเศษมหาวิยาลัยราชภัฏนครปฐมและมหาวิทยาลัยศิลปากร, 2566) กล่าวว่า ราษฎรในบริเวณใกล้เคียงสามารถนำสินค้ามาขายบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งอ้อย น้ำตาล และผลผลิตจากการเกษตรอีกด้วย ดังนั้นคลองขุดใหม่แขวงนครชัยศรีปากคลองอยู่กับท้ายบ้านท่านา ปลายคลองจดพระปฐมเจดีย์นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า คลองเจดีย์บูชา เพื่อจะให้เป็นเส้นทางบูชาพระเจดีย์

Main Title Subtitle

เมื่อมีการขุดคลองจากนครชัยศรีถึงพระปฐมเจดีย์เชื่อมต่อกับคลองวังตะกู ทำให้เป็นเส้นทางการคมนาคมหลักเพราะคลองเจดีย์บูชาเชื่อมต่อกับคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งคลองมหาสวัสดิ์เป็นคลองที่มาจากเมืองหลวง คือ กรุงเทพมหานคร ชาวบ้านบางคนที่อยู่ใกล้ ๆ คลองเจดีย์บูชาก็หันมาทำไร่ ทำนาพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้จะทำนา ส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือจะทำไร่ สมัยก่อนสะพานเกวียนของจังหวัดนครปฐมตั้งอยู่ใกล้สะพานยักษ์หรือสะพานเจริญศรัทธา (ในอดีตเป็นไม้) ท่าเรือจะเป็นจุดจอดเกวียนในสมัยก่อน ต่อมามีการสร้างสะพานจึงเรียกว่าสะพานเกวียน เมื่อ พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ถัดมาอีก 35 ปี ใน พ.ศ. 2446 มีการเปิดรถไฟสายใต้ จึงทำให้ความสำคัญของคลองเจดีย์บูชาลดลง เนื่องจากรถไฟสายใต้มีความสะดวกต่อการคมนาคมและการกราบไหว้นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์มากกว่าทางเรือ การให้ความสำคัญของคลองเจดีย์บูชาหมดลงโดยสิ้นเชิง คือ การขยายเมืองและเส้นทางการคมนาคมทางบก เพราะมีความสะดวกสบายต่อการเดินทาง หรือการขนส่งมากกว่าคลองเจดีย์บูชา

Main Title Subtitle

นฤมล บุญญานิตย์ (2566) กล่าวว่า เมื่อมีการขุดคลองเจดีย์บูชาและบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ เมืองนครปฐมก็เจริญขึ้นการค้าขายก็จะตามมา ผู้คนและแรงงานก็มาทำการค้าขายทางเรือ การค้าขายทางเรือในสมัยก่อนก็จะมีคนพื้นที่นครชัยศรี สามพราน และวัดเกาะวังไทร เข้ามาที่คลองเจดีย์บูชาเทียบท่าเรือของวัดห้วยจระเข้ คนในสมัยก่อนมีการอาศัยบนเรือเนื่องจากต้องค้าขายเลยต้องตั้งหลักปักฐานอยู่ที่คลองเจดีย์บูชา ในเวลาต่อมาก็มีการสร้างตลาดซึ่งเป็นตลาดเก่าอยู่ที่ ซอย 1 และซอย 2 ทำให้การค้าขายเจริญขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนก็มาสร้างบ้านไม้ใกล้ ๆ คลอง

Main Title Subtitle

คุณป้าสายใจ (คนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา, 2566) กล่าวว่า เมื่อในอดีตคลองบูชาเจดีย์เป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะปัจจัยหลักก็คือน้ำเนื่องจากเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งแม่น้ำในสมัยก่อนเป็นน้ำที่สะอาด คนในชุมชนก็ใช้น้ำจากคลองเจดีย์บูชา ประกอบการทำอาหาร ทำไร่ ทำนา ซักผ้า และอาบน้ำ ในละแวกชุมชนคลองเจดีย์บูชาผู้คนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำการค้าทางเรือหรือการขายสินค้าเป็นหลักและมีการขนส่งหรือการคมนาคมทางเรืออีกด้วย วรวุฒิ วีระชิงไชย ( 2566) กล่าวว่า ในอดีตชุมชนคลองเจดีย์บูชามีหลายเชื้อชาติ คือ คนมอญ และคนจีน การค้าขายทางเรือส่วนใหญ่ในคลองเจดีย์บูชาจะขายอยู่ระหว่างตรงซอย 1 กับซอย 2 และจุดที่จอดเรือลำใหญ่อยู่ตรงวัดห้วยจระเข้ เนื่องจากท่าเทียบเรือบริเวณนั้นตลิ่งไม่สูงสามารถขนส่งของได้สะดวก เนื่องจากมีการขุดคลองเจดีย์จึงเกิดเป็นเส้นทางคมนาคม เกิดชุมชนขนาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจของคนในชุมชนเจริญยิ่งขึ้น มีศาสนิกชนมากราบไหว้บูชาองค์พระปฐมเจดีย์ ทำให้คลองเจดีย์ในสมัยนั้นเป็นที่น่าสนใจ

Main Title Subtitle

วรวุฒิ วีระชิงไชย (2566) กล่าวว่า ในอดีตคนในชุมชนคลองเจดีย์บูชาไม่มีความเชื่อเกี่ยวกับคลองเจดีย์บูชาว่าน้ำในคลองเจดีย์บูชาเป็นน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะ เป็นเพียงแค่เส้นทางที่ถูกขุดเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้ดำเนินการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ขึ้นตามพระราชประสงค์ จึงทำให้มีการขุดคลองเจดีย์บูชาขึ้น เพื่อไปกราบไหว้นมัสการพระปฐมเจดีย์เท่านั้น สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์มีเพียงแค่พระปฐมเจดีย์

Main Title Subtitle

ปัจจุบันคลองเจดีย์บูชาเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดนครปฐม คนในชุมชนคลองเจดีย์บูชาบางกลุ่มก็ช่วยกันรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ หรือปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองเจดีย์บูชา แต่คนในชุมชนคลองเจดีย์บูชาบางกลุ่มส่วนใหญ่ไม่ค่อยช่วยกันอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชาเนื่องจากความสำคัญของคลองเจดีย์บูชาได้หมดลงไปตั้งแต่มีการสร้างประตูระบายน้ำ และท่อระบายน้ำของคลองเจดีย์บูชาไม่มีระบบการบำบัดน้ำเสียที่ดีพอจึงทำให้น้ำคลองเจดีย์บูชาเน่าเสีย

Main Title Subtitle

พี่นรินทร์ สัมพันธ์ปราชญ์ (จิตอาสาภาคประชาชน, 2566) และพี่อารีย์ เอี่ยมสวยงาม (จิตอาสาภาคประชาชน, 2566) ได้เข้าร่วมกลุ่มชมรม คนรักคลองเจดีย์บูชา เป็นกลุ่มจิตอาสาเพื่ออนุรักษ์คลองเจดีย์บูชา ดำเนินงานโดยลงพื้นที่สำรวจจุดที่น้ำเน่าเสีย และเริ่มต้นช่วยเหลือกันจากสิ่งเล็ก ๆ โดยช่วยกันเก็บผักตบชวา และขยะที่ถูกทิ้งลงในคลองในหลาย ๆ พื้นที่ และพี่ทั้งสองคนอยากจะให้ทุก ๆ คนเป็นกระบอกเสียงเพื่ออนุรักษ์คลองเจดีย์บูชาให้กลับมามีความสำคัญ เพราะ คลองเจดีย์บูชาเป็นคลองที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้ขุดคลองขึ้น เป็นประวัติศาสตร์ของเมืองนครปฐม

ดังนั้น คุณป้าสายใจ (คนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา, 2566) กล่าวว่า อยากจะให้หลาย ๆ คนในชุมชนช่วยเหลือกันดูแลคลองเจดีย์บูชา เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ คือ การไม่ทิ้งขยะลงในคลอง หรือ ไม่ปล่อยน้ำสกปรกลงสู่คลอง เพื่อให้คลองเจดีย์บูชาไม่ส่งกลิ่นเหม็น และจะทำให้การใช้ชีวิตของคนในชุมชนสะดวกมากยิ่งขึ้น

Video Title Subtitle

Video Thumbnail

บรรณานุกรม

วสันต์ เทพสุริยานนท์, "พระประโทณเจดีย์: จากการศึกษาทางโบราณคดี," ใน กรมศิลปากร, ปกิณกศิลปวัฒนธรรม เล่ม 15 จังหวัดนครปฐม (นนทบุรี: ไซออน มีเดีย, 2552), หน้า 47 - 62. และ สันติ เล็กสุขุม. " รูปแบบสันนิษฐานจากซากเจดีย์สมัย ทวารวดีที่นครปฐม," ใน เรื่องเดียวกัน, หน้า 80 - 84.

Photo Gallery Additional Details

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

วัดพระงาม

แผนที่แสดงเมืองโบราณนครชัยศรี และพระปฐมเจดีย์

แผนที่แสดงเมืองโบราณนครชัยศรี และพระปฐมเจดีย์

งานนมัสการพระปฐมเจดีย์ในราวสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

งานนมัสการพระปฐมเจดีย์ในราวสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) แม่กอง

สมเด็จเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) แม่กอง

สะพานเจริญศรัทธาในอดีต

สะพานเจริญศรัทธาในอดีต

สะพานเจริญศรัทธาในปัจจุบัน

สะพานเจริญศรัทธาในปัจจุบัน

วิถีชีวิตของคนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา

วิถีชีวิตของคนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา

วิถีชีวิตของคนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา

วิถีชีวิตของคนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา

คุณป้าสายใจ (คนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา, 2566)

คุณป้าสายใจ (คนในชุมชนคลองเจดีย์บูชา, 2566)

คุณป้าสายใจตอนอายุ 17 ปี ถ่ายคู่กับคลองเจดีย์บูชา

คุณป้าสายใจตอนอายุ 17 ปี ถ่ายคู่กับคลองเจดีย์บูชา

NPRU Cultural
Knowledge Hub

Please wait...