ศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน
ระบําทวารวดี
ระบำทวารวดี
ระบำทวารวดีเป็นระบำโบราณคดี ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากการสอบสวนค้นคว้าหลักฐานทางโบราณคดีสมัยทวารวดี ท่ารำ เครื่องดนตรี เครื่องแต่งกาย ได้แนวคิดจากภาพปั้นจำหลักที่ขุดค้นพบ ท่ารำบางท่าได้ความคิดมาจากภาพสลักและภาพปูนปั้นที่ค้นพบ การแสดงจะไม่มีเนื้อร้อง จะรำตามจังหวะดนตรีนาฏยศัพท์ที่ใช้ประกอบการรำ
เนื้อหาในภาพเป็นการอธิบายถึงนาฏยศัพท์และท่าทางการรำที่ใช้ในระบำทวารวดี โดยแบ่งออกเป็น 4 ท่าหลัก ได้แก่:
- การตั้งวงและการจีบ: ลักษณะการตั้งวงจะยกแขนโค้ง งอศอก เหยียดนิ้วพร้อมหักข้อมือและปัดปลายนิ้วไปด้านหน้า สำหรับ "วงสูง" จะอยู่ระดับหางตา และ "วงกลาง" จะอยู่ระดับหน้าอก โดยตั้งศอกเป็นมุมฉากให้ระดับเดียวกับไหล่ ส่วนการจีบจะต่างจากมาตรฐานรำไทยทั่วไป คือใช้นิ้วชี้จรดกับข้อสุดท้ายของนิ้วหัวแม่มือให้เป็นวงกลม แล้วกรีดนิ้วที่เหลือทั้งสามออกไป
- การเคลื่อนเท้า (หรือขยับเท้า): ใช้ลีลาการรำแบบมอญ คือย่อเข่าพร้อมกับชิดเท้า การเคลื่อนเท้าจะไปพร้อมกันทั้งสองข้าง โดยใช้วิธีเผยอปลายเท้าสลับกับส้นเท้าไปตามจังหวะการยืดและยุบเข่า
- การลักคอ: คือท่าที่กดไหล่ข้างใดข้างหนึ่งลง และเอียงศีรษะไปในทิศทางตรงกันข้ามกับไหล่ที่ถูกกด
- การกระทายไหล่: คือกิริยาการเบี่ยงไหล่ข้างใดข้างหนึ่งไปทางด้านหลัง แล้วจึงดึงกลับมาอยู่ด้านหน้าตามเดิม
เครื่องแต่งกายของระบำชุดนี้ ได้รับการออกแบบโดยอ้างอิงและประยุกต์มาจากหลักฐานภาพปูนปั้นสมัยทวารวดี โดยนำมาปรับให้เหมาะสมและสุภาพยิ่งขึ้นสำหรับการแสดงในปัจจุบัน ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ 9 ประการ ดังนี้ครับ:
1. ทรงผมและเครื่องประดับศีรษะ: ผู้แสดงจะเกล้าผมขึ้นสูงไว้บริเวณกึ่งกลางศีรษะให้มีรูปทรงแบนคล้ายกับผลลูกจัน มีการใช้เกี้ยวรัดทรงผมไว้ และสวมกระบังหน้าประดับ
2. เครื่องประดับหู: สวมต่างหูที่มีลักษณะเป็นห่วงกลมขนาดใหญ่
3. เครื่องแต่งกายท่อนบน: จะมีการสวมเสื้อซับในสีเนื้อเพื่อความสุภาพ (แทนการเปลือยอกตามที่เห็นในหลักฐานรูปปั้นโบราณ) และห่มทับด้วยผ้าสไบในลักษณะพาดเฉียง โดยปล่อยชายสไบทิ้งตัวลงมาทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง
4. เครื่องแต่งกายท่อนล่าง: นุ่งผ้าในลักษณะที่คล้ายกับการจับจีบหน้านาง โดยใช้ผ้าที่มีโทนสีน้ำตาลสลับกับสีเหลืองอ่อนอย่างละหนึ่งแถว และมีลวดลายสีทองประดับพาดขวางบริเวณลำตัว
5. เครื่องประดับร่างกายและแขนขา: ผู้แสดงจะสวม "จี้นาง" รวมไปถึงกำไลข้อมือและกำไลต้นแขนที่ทำจากโลหะ ส่วนบริเวณข้อเท้าจะสวมเป็นแผงผ้าที่ติดลูกกระพรวนเอาไว้
6. เข็มขัด: คาดเอวด้วยเข็มขัดที่ทำจากโลหะ หรืออาจใช้เป็นเข็มขัดผ้าตาดเงินครับ
เนื้อหาในภาพเป็นการอธิบายถึงนาฏยศัพท์และท่าทางการรำที่ใช้ในระบำทวารวดี โดยแบ่งออกเป็น 4 ท่าหลัก ได้แก่:
- การตั้งวงและการจีบ: ลักษณะการตั้งวงจะยกแขนโค้ง งอศอก เหยียดนิ้วพร้อมหักข้อมือและปัดปลายนิ้วไปด้านหน้า สำหรับ "วงสูง" จะอยู่ระดับหางตา และ "วงกลาง" จะอยู่ระดับหน้าอก โดยตั้งศอกเป็นมุมฉากให้ระดับเดียวกับไหล่ ส่วนการจีบจะต่างจากมาตรฐานรำไทยทั่วไป คือใช้นิ้วชี้จรดกับข้อสุดท้ายของนิ้วหัวแม่มือให้เป็นวงกลม แล้วกรีดนิ้วที่เหลือทั้งสามออกไป
- การเคลื่อนเท้า (หรือขยับเท้า): ใช้ลีลาการรำแบบมอญ คือย่อเข่าพร้อมกับชิดเท้า การเคลื่อนเท้าจะไปพร้อมกันทั้งสองข้าง โดยใช้วิธีเผยอปลายเท้าสลับกับส้นเท้าไปตามจังหวะการยืดและยุบเข่า
- การลักคอ: คือท่าที่กดไหล่ข้างใดข้างหนึ่งลง และเอียงศีรษะไปในทิศทางตรงกันข้ามกับไหล่ที่ถูกกด
- การกระทายไหล่: คือกิริยาการเบี่ยงไหล่ข้างใดข้างหนึ่งไปทางด้านหลัง แล้วจึงดึงกลับมาอยู่ด้านหน้าตามเดิม
เครื่องแต่งกายของระบำชุดนี้ ได้รับการออกแบบโดยอ้างอิงและประยุกต์มาจากหลักฐานภาพปูนปั้นสมัยทวารวดี โดยนำมาปรับให้เหมาะสมและสุภาพยิ่งขึ้นสำหรับการแสดงในปัจจุบัน ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ 9 ประการ ดังนี้ครับ:
1. ทรงผมและเครื่องประดับศีรษะ: ผู้แสดงจะเกล้าผมขึ้นสูงไว้บริเวณกึ่งกลางศีรษะให้มีรูปทรงแบนคล้ายกับผลลูกจัน มีการใช้เกี้ยวรัดทรงผมไว้ และสวมกระบังหน้าประดับ
2. เครื่องประดับหู: สวมต่างหูที่มีลักษณะเป็นห่วงกลมขนาดใหญ่
3. เครื่องแต่งกายท่อนบน: จะมีการสวมเสื้อซับในสีเนื้อเพื่อความสุภาพ (แทนการเปลือยอกตามที่เห็นในหลักฐานรูปปั้นโบราณ) และห่มทับด้วยผ้าสไบในลักษณะพาดเฉียง โดยปล่อยชายสไบทิ้งตัวลงมาทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง
4. เครื่องแต่งกายท่อนล่าง: นุ่งผ้าในลักษณะที่คล้ายกับการจับจีบหน้านาง โดยใช้ผ้าที่มีโทนสีน้ำตาลสลับกับสีเหลืองอ่อนอย่างละหนึ่งแถว และมีลวดลายสีทองประดับพาดขวางบริเวณลำตัว
5. เครื่องประดับร่างกายและแขนขา: ผู้แสดงจะสวม "จี้นาง" รวมไปถึงกำไลข้อมือและกำไลต้นแขนที่ทำจากโลหะ ส่วนบริเวณข้อเท้าจะสวมเป็นแผงผ้าที่ติดลูกกระพรวนเอาไว้
6. เข็มขัด: คาดเอวด้วยเข็มขัดที่ทำจากโลหะ หรืออาจใช้เป็นเข็มขัดผ้าตาดเงินครับ