โบราณสถาน
พระปฐมเจดีย์
Main Title Subtitle
พระปฐมเจดีย์ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองโบราณนครปฐมราว 2 กิโลเมตรพระปฐมเจดีย์องค์แรกนั้นนักโบราณคดีสันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยที่นครปฐมยังเป็นเมืองศรีวิชัยของอาณาจักรทวารวดีและมีการสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาพระปฐมเจดีย์องค์แรกนี้ สร้างเป็นทรงบาตรคว่ำ ลักษณะคล้ายสถูปสาญจีในอินเดีย สูง 18 วา 2 ศอก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ทรงมีพระราชศรัทธาให้ ปฏิสังขณ์องค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งถูกทิ้งร้างอยู่ในป่าและให้ปรับปรุงพื้นที่โดยรอบเพื่อให้เป็นที่เคารพสักการะการปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ในขณะนั้นยังคงเลื่อมใสไปนมัสการอยู่เสมอโดยเรียกพระเจดีย์นี้ว่า "พระประธมเจดีย์" พระเจ้าฟ้ามงกุฎขณะทรงผนวชได้เสด็จธุดงค์ไปพบพระปฐมเจดีย์ ทรงมีพระดำริว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุในสมัยรัตนโกสินทร์ถูกทิ้งร้างอยู่ในป่ารกโดยบูรณะครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ภายใน
Main Title Subtitle
ลักษณะของพระปฐมเจดีย์องค์เดิมจะเห็นได้จากเจดีย์จำลองบนระเบียงด้านทิศใต้ของพระปฐมเจดีย์คือเป็นเจดีย์ทรงกลมมีทางเดินขึ้นสู่ลานรอบองค์เจดีย์คล้ายกับสถูปสาญจีในประเทศอินเดียส่วนยอดปรางค์นั้นคงสร้างต่อเติมขึ้นภายหลัง ทั้้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวที่พระสมณทูตในพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิก็เป็นได้เพราะพระเจดีย์เดิม มีลักษณะทรงโอคว่ำหรือทรงมะนาวผ่าซีกแบบเดียวกับพระสถูปสาญจีแต่ปรากฎว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ซึ่งพระองค์มีพระราชวินิจฉัยว่าอาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ซึ่งตรงกับความในศิลาจารึกหลักที่ 2 (ศิลาจารึกวัดศรีชุม) ของพระมหาเถรศรีศรัทธา
แบบเดียวกับพระสถูปสาญจี แต่ปรากฎว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ พระองค์มีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงกับข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 2 ศิลาจารึกวัดศรีชุมในสมัยสุโขทัยของพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุณี ศรีรัตนลงกาทีปมหาสามี กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับเมืองราด
เมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาศาสนาพุทธในประเทศศรีลังกา ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานนามใหม่ว่า “พระปฐมเจดีย์”
แบบเดียวกับพระสถูปสาญจี แต่ปรากฎว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ พระองค์มีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงกับข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 2 ศิลาจารึกวัดศรีชุมในสมัยสุโขทัยของพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุณี ศรีรัตนลงกาทีปมหาสามี กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับเมืองราด
เมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาศาสนาพุทธในประเทศศรีลังกา ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานนามใหม่ว่า “พระปฐมเจดีย์”
Main Title Subtitle
พระวิหารหลวง คือพระวิหารด้านทิศตะวันออกขององค์พระปฐมเจดีย์ถือเป็นพระวิหารสำคัญสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พร้อมกับการปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ครั้งใหญ่ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญไว้ อาทิมุขด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์พระวิหารด้านนอกประดิษฐานพระพุทธรูปปางตรัสรู้ประทับใต้ต้นโพธิบัลลังก์ที่ผนังด้านหลังพระพุทธรูปเป็นภาพเขียนสีน้ำมันรูปพระศรีมหาโพธิ
ส่วนพระวิหารด้านในบนผนังมีภาพเขียนสีน้ำมันรูปพระเจดีย์องค์ปัจจุบันพร้อมทั้งแสดงให้เห็นพระเจดีย์องค์เติมตั้งอยู่ภายใน ในห้องมีพระแท่นของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับทรงนมัสการพระปฐมเจดีย์ตั้งอยู่
ส่วนพระวิหารด้านในบนผนังมีภาพเขียนสีน้ำมันรูปพระเจดีย์องค์ปัจจุบันพร้อมทั้งแสดงให้เห็นพระเจดีย์องค์เติมตั้งอยู่ภายใน ในห้องมีพระแท่นของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับทรงนมัสการพระปฐมเจดีย์ตั้งอยู่
Main Title Subtitle
ผู้ที่มานมัสการพระปฐมเจดีย์จะต้องเดินขึ้นบันไดสูงสู่พระวิหารทิศเหนือ พระวิหารโถงด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ปางห้ามญาติห้อยพระหัตถ์ซ้ายยกพระหัตถ์ขวาแบตั้งขึ้นเสมอ พระอุระมีความสูง 12 ศอก 4 นิ้ว ประดิษฐานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ถวายพระนามพระพุทธรูปนี้ว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราช ปูชนียบพิตร
Main Title Subtitle
พระวิหารด้านทิศตะวันตก เป็นพระวิหารที่สร้างขึ้นพร้อมกับพระวิหารวิหารทั้ง 4 ทิศขององค์พระปฐมเจดีย์ ภายในจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนด้านนอกหรือด้านหน้าที่หันไปทางทิศตะวันตกประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ส่วนด้านในหรือด้านหลังประดิษฐานพระพุทธรูปปางพระนิพพาน
Main Title Subtitle
พระวิหารทิศตะวันออก วิหารนี้เรียกกันว่าพระวิหารหลวง ห้องนอกประดิษฐานพระพุทธรูปปางตรัสรู้ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นโพธิ์บัลลังก์ต้นโพธิ์เป็นภาพเขียนฝีมืองดงามเหมือนของจริงมาก ส่วนห้องในพระวิหารหลวงปล่อยไว้โล่งๆ มีแท่นบูชาเป็นของเก่าในรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นที่นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯให้วาดรูปองค์พระปฐมเจดีย์ แสดงให้เห็นลักษณะขององค์พระเจดีย์ตั้งแต่สมัยเริ่มสร้างมาจนถึงปัจจุบัน ผนังห้องทั้ง 2 ด้านเป็นภาพวาดรูปเทวดา นักพรต ฤๅษี และพญาครุฑ ทุกภาพประนมมือแสดงการสักการบูชาพระปฐมเจดีย์ ที่ชานมุขหน้าพระวิหารหลวงประดิษฐานพระพุทธมหาวชิระมารวิชัย
Main Title Subtitle
วิหารนี้เรียกกันว่าวิหารพระปัญจวัคคีย์เนื่องจากห้องนอกมีรูปปั้นพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสชิ นั่งอยู่รอบองค์พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ห้องด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรกเป็นพระพุทธรูปในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิหงายพระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนบนพระเพลาอย่างท่าปางสมาธิ มีรูปพญานาค 7 เศียร แผ่พังพานอยู่เบื้องหลังขดเป็นพุทธบัลลังก์
Main Title Subtitle
ในขณะนั้นชาวบ้านยังคงเลื่อมใสไปนมัสการอยู่เสมอโดยเรียกพระเจดีย์นี้ว่า "พระประธมเจดีย์" พระเจ้าฟ้ามงกุฎทรงมีพระดำริว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุในสมัยรัตนโกสินทร์ ในขณะทรงผนวชได้เสด็จธุดงค์ไปพบพระปฐมเจดีย์ถูกทิ้งร้างอยู่ในป่ารก ต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังทรงให้ขุดคลองเจดีย์บูชาและคลองมหาสวัสดิ์ เพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างกรุงเทพ ฯ กับนครปฐมให้สะดวกขึ้น โปรดให้สร้างพระราชวัง ชื่อ "วังปฐมนคร" เพื่อใช้เป็นที่ประทับในการเสด็จพระราชดำเนินมานมัสการพระปฐมเจดีย์ และให้เปลี่ยนชื่อเจดีย์จากเดิมว่า "พระประธมเจดีย์" เป็น "พระปฐมเจดีย์ องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทางวัดกำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืนเป็นประจำทุกปี
Main Title Subtitle
พระร่วงโรจนฤทธิ์ในเอกสารกระทรวงโยธาธิการลงวันที่ 3 พฤษภาคม ร.ศ.130 และประกาศถวายพระนามพระพุทธปฏิมาที่พระวิหารด้านอุดรแห่งองค์พระปฐมเจดีย์กล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระยุพราชา พ.ศ. 2451 เสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือได้ทอดพระเนตรพระพุทธรูปโบราณเป็นอันมากมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่เมืองศรีสัชนาลัยมีลักษณะงดงามเป็นที่ต้องพระราชหฤทัยแต่ชำรุดมากยังคงเหลืออยู่แต่พระเศียรพระหัตถ์ข้างหนึ่งและพระบาทซึ่งสันนิษฐานได้แน่ว่าเป็นพระพุทธรูปยืนห้ามญาติจึงโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญลงมากรุงเทพฯแล้วให้ช่างปั่นกรมศิลปากรสถาปนาขึ้นให้บริบูรณ์เต็มองค์ เมื่อทำหุ่นเสร็จพร้อมที่จะเททองได้แล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีสถาปนาพระพุทธรูป ณ วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2451 ที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อการหล่อแล้วเสร็จ มีขนาดสูงตั้งแต่พระบาทถึงพระเกศ 12 ศอก 4 นิ้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ยังพระวิหารพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ออกจากกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2457 เจ้าพนักงานจัดตกแต่งประกอบตั้ง
ต่อมาจนแล้วเสร็จบริบูณ์ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458
ต่อมาเสด็จประพาสมณฑลอยุธยา ประทับแรมอยู่ ณ พลับพลาเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2466 ได้ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระพุทธปฏิมากรพระองค์นั้นว่ายังหาได้สถาปนาพระนามจึงได้ถวายพระนามว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาสมหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร"
ต่อมาจนแล้วเสร็จบริบูณ์ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458
ต่อมาเสด็จประพาสมณฑลอยุธยา ประทับแรมอยู่ ณ พลับพลาเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2466 ได้ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระพุทธปฏิมากรพระองค์นั้นว่ายังหาได้สถาปนาพระนามจึงได้ถวายพระนามว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาสมหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร"
Main Title Subtitle
ลักษณะพระร่วง เป็นพระพุทธรูปประทับยืนบนฐานหล่อบัวคว่ำบัวหงาย วงพระพักตร์ยาว พระหนุเสี้ยม นิ้วพระหัตถ์และพระบาทไม่เสมอกันห้อยพระหัตถ์ซ้ายลงข้างพระวรกายพระหัตถ์ขวาตั้งขึ้นยื่นออกไปข้างหน้าระดับพระอุระในลักษณะกิริยาห้ามญาติ หล่อด้วยโลหะ
พุทธคุณของพระร่วงโรจนฤทธิ์
พุทธคุณ มหาอำนาจ โชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาด คงกระพันปราศจากอันตราย
พุทธคุณของพระร่วงโรจนฤทธิ์
พุทธคุณ มหาอำนาจ โชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาด คงกระพันปราศจากอันตราย